Wednesday, January 04, 2006

การปรากฏตัวของเด็กสาวสมบูรณ์แบบ 100% ในเช้าวันหนึ่งอันงดงามของเดือนเมษายน

แปลจาก On Seeing the 100% Perfect Girl One Beautiful April Morning ใน The Elephant Vanishes

โดย Haruki Murakami

เช้าวันหนึ่งอันงดงามของเดือนเมษายน บนถนนเส้นเล็กๆ ย่านฮาราจูกุ แหล่งรวมแฟชั่นของโตเกียว ผมเดินผ่านเด็กสาวสมบูรณ์แบบ 100%

ถ้าจะบอกคุณตามจริง เธอก็ไม่ได้ดูดีอะไรนัก ไม่มีอะไรโดดเด่นเลยด้วยซ้ำไป เธอใส่เสื้อผ้าธรรมดาๆ ผมของเธอยุ่งไม่เป็นทรงเหมือนกับคนเพิ่งลุกจากที่นอน อีกอย่าง เธอก็อายุไม่น้อยแล้ว น่าจะประมาณสามสิบ ถ้าจะพูดให้ถูกก็ต้องบอกว่าเธอไม่ใช่ “เด็กสาว” แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ผมรับรู้ได้จากระยะห่างห้าสิบหลา เธอเป็นเด็กสาวสมบูรณ์แบบ 100% สำหรับผม ทันทีที่ผมเห็นเธอ หัวใจของผมเต้นไม่เป็นจังหวะ และภายในปากของผมแห้งผากราวกับทะเลทราย

คุณอาจจะมีลักษณะของเด็กสาวในดวงใจของคุณอยู่แล้ว—เรียวขาเพรียวงาม หรือดวงตากลมโต หรือไม่ก็นิ้วมือที่แสนจะนุ่มนวล หรือคุณอาจจะควานหาเหตุผลไม่เจอสำหรับการที่คุณต้องร่วมโต๊ะอาหารกับผู้หญิงคนหนึ่งในทุกๆ มื้อ แน่นอน ผมก็มีแบบของผม บางครั้งเวลาอยู่ในร้านอาหาร ผมจะนั่งจ้องเด็กสาวที่นั่งอยู่ที่โต๊ะข้างๆ เพราะผมชอบรูปทรงจมูกของเธอ

แต่ไม่มีใครที่สามารถยืนยันได้ว่าเด็กสาวสมบูรณ์แบบ 100% สำหรับเขา จะตรงกับภาพที่เขาจินตนาการไว้ ยิ่งผมชอบจมูกของเธอมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งจดจำรูปทรงของมันไม่ได้ หรือแม้กระทั่งว่าเธอมีจมูกแบบนี้จริงหรือเปล่า สิ่งที่ผมจำได้แน่นอนก็คือ เธอไม่ใช่คนสวย มันประหลาดพิกล

“เมื่อวานผมเดินผ่านเด็กสาวสมบูรณ์แบบ 100% บนถนน” ผมบอกกับใครบางคน

“เหรอ?” เขาพูด “ต้องตาตรึงใจ?”

“ก็ไม่เชิง”

“ถ้าอย่างนั้นก็ตรงกับสเป็คของคุณ?”

“ผมไม่รู้ ดูเหมือนผมจะจำอะไรเกี่ยวกับเธอไม่ได้เลย ไม่ว่าจะลักษณะของดวงตาหรือขนาดของหน้าอก”

“แปลกพิกล”

“ใช่ แปลกพิกล”

“ถ้าอย่างนั้น” เขาพูดขึ้นแบบเบื่อๆ “คุณทำยังไงต่อ? เข้าไปทักทายหรือเดินตามเธอไป?”

“เปล่า แค่เดินสวนกับเธอบนถนน”

เธอเดินมาจากทิศตะวันออก มุ่งหน้าสู่ทิศตะวันตก ส่วนผมมาจากทิศตะวันตก มุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออก มันเป็นเช้าของวันในเดือนเมษายนที่งดงามจริงๆ

ถ้าผมได้คุยกับเธอ แค่ครึ่งชั่วโมงก็พอ ผมจะถามเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเธอ บอกเล่าเรื่องราวชีวิตของผม และสิ่งที่ผมจะทำก็คือ อธิบายให้เธอฟังถึงความซับซ้อนของโชคชะตาที่ดลบันดาลให้เราทั้งคู่เดินมาพบกันบนถนนในฮาราจูกุ ในเช้าอันงดงามของเดือนเมษายนปี 1981 แน่นอนว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นความลึกลับอันอบอุ่นมีชีวิตชีวา เหมือนกับนาฬิกาโบราณที่เกิดขึ้นเมื่อความสงบสุขแผ่คลุมโลกใบนี้

หลังจากที่คุยกัน เราจะไปกินอาหารเที่ยงด้วยกันที่ไหนซักแห่ง อาจจะไปดูหนังของวู๊ดดี อัลเลน แวะจิบค็อกเทลในบาร์ และถ้าโชคดี เส้นทางของเราทั้งคู่อาจสิ้นสุดบนเตียงนอน

ความเป็นไปได้มายืนเคาะประตูอยู่หน้าห้องหัวใจของผม

ตอนนี้ระยะทางระหว่างเราลดลงเหลือ 15 หลาแล้ว

ผมจะเข้าไปคุยกับเธอยังไงดี? ผมควรจะพูดอะไร?

“สวัสดีตอนเช้าครับคุณผู้หญิง คุณพอจะมีเวลาซักครึ่งชั่วโมงสำหรับการพูดคุยเล็กๆ น้อยๆ ไหมครับ”

ให้ตายเถอะ ฟังดูเหมือนคนขายประกันไม่มีผิด

“ขอรบกวนนิดหนึ่งครับ คือว่าคุณพอจะรู้จักร้านซักรีดที่เปิดตลอดคืนแถวนี้บ้างไหมครับ”

ไม่ นี่มันฟังดูตลกไปหน่อย ผมไม่ได้หิ้วเสื้อผ้าที่จะซักมาด้วย ที่สำคัญ ใครจะมาเดินหาร้านแบบนั้นแถวนี้

บางที การพูดความจริงตรงๆ อาจจะเข้าท่าที่สุด “สวัสดีครับ คุณคือเด็กสาวสมบูรณ์แบบ 100% สำหรับผม”

ไม่ เธอไม่มีทางเชื่อแน่ๆ ต่อให้เธอเชื่อ เธอก็คงไม่อยากพูดกับผม ขอโทษ—เธออาจจะพูดแบบนี้—ฉันอาจจะเป็นเด็กสาวสมบูรณ์แบบ 100% สำหรับคุณ แต่คุณไม่ใช่เด็กหนุ่มสมบูรณ์แบบ 100% สำหรับฉัน เรื่องนี้อาจเกิดขึ้นได้ และถ้าตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น ผมคงย่อยยับป่นปี้ ผมคงเยียวยาตัวเองจากความรู้สึกแบบนั้นไม่ได้ ผมอายุ 32 แล้ว และนั่นคือสิ่งที่คนเมื่อมีอายุมากขึ้นมักเป็นกัน

เราเดินผ่านร้านขายดอกไม้ มวลอากาศอบอุ่นแผ่วจางลอยมาสัมผัสผิวของผม พื้นถนนเปียกชื้น และมีกลิ่นกุหลาบโชยมาพร้อมกับสายลม ผมไม่สามารถเข้าไปคุยกับเธอได้ เธอสวมสเวตเตอร์สีขาว และในมือขวาของเธอมีซองจดหมายสีขาวสะอาดที่ยังไม่ได้ติดแสตมป์ เธอคงจะเขียนจดหมายถึงใครบางคน อาจจะใช้เวลาทั้งคืนเมื่อดูจากแววตาสลึมสลือของเธอ ในซองจดหมายคงบรรจุความลับทั้งหมดที่เธอมี

ผมเพิ่มระยะก้าวเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง เธอเลือนหายไปในฝูงชน


ณ บัดนี้—แน่นอน—ผมรู้แล้วว่าควรจะพูดอะไรกับเธอ มันค่อนข้างยาวทีเดียว ยาวเกินไปสำหรับผมที่จะบอกเล่าได้ครบสมบูรณ์ด้วยซ้ำ ความคิดที่ผุดขึ้นมาในหัวของผมไม่เคยมีอะไรเข้าท่าเลย

แต่ก็เอาเถอะ มันจะเริ่มต้นด้วย “ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว” และจบด้วย “เรื่องมันน่าเศร้า หรือคุณว่าไง?”


ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว มีเด็กหนุ่มกับเด็กสาวสองคน เด็กหนุ่มอายุ 18 ส่วนเด็กสาวอายุ 16 เขาไม่ได้หล่อเหลาโดดเด่น ส่วนเธอก็ไม่ได้งดงามเป็นพิเศษ ทั้งคู่เป็นเพียงเด็กหนุ่มกับเด็กสาวที่อ้างว้างโดดเดี่ยวเหมือนกับคนอื่นๆ ทั่วไป แต่พวกเขาเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมว่า มีเด็กหนุ่มสมบูรณ์แบบ 100% กับเด็กสาวสมบูรณ์แบบ 100% สำหรับทั้งคู่อยู่ที่ไหนซักแห่งบนพื้นโลก ใช่ พวกเขาเชื่อในปาฏิหาริย์ และปาฏิหาริย์นั้นก็เกิดขึ้นจริงๆ

วันหนึ่ง ทั้งคู่ได้มาพบกันที่มุมถนน

“มันแปลกมาก” เขาพูด “ผมตามหาคุณมาตลอดทั้งชีวิตของผม คุณอาจจะไม่เชื่อ แต่คุณเป็นเด็กสาวสมบูรณ์แบบ 100% สำหรับผม”

“คุณ...” เธอพูดกับเขา “คุณก็เป็นเด็กหนุ่มสมบูรณ์แบบ 100% สำหรับฉัน ภาพของคุณที่ฉันเคยคิดไว้ไม่ต่างอะไรกับตัวคุณเลย มันช่างเหมือนกับความฝัน”

พวกเขานั่งอยู่บนม้านั่งในสวนสาธารณะ กุมมือกันและกัน และผลัดเปลี่ยนบอกเล่าเรื่องราวของแต่ละคนชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า พวกเขาไม่โดดเดี่ยวอ้างว้างอีกต่อไปแล้ว ทั้งคู่ค้นพบคนที่สมบูรณ์แบบ 100% และถูกค้นพบโดยคนที่สมบูรณ์แบบ 100% สำหรับทั้งคู่ จะมีอะไรวิเศษไปกว่าการได้พบและกลายเป็นผู้ที่ถูกค้นพบโดยคนที่สมบูรณ์แบบ 100% สำหรับคุณ มันคือปาฏิหาริย์ สุดยอดของปาฏิหาริย์

ขณะที่พวกเขานั่งคุยกัน ความสงสัยก็ค่อยๆ หยั่งรากเล็กๆ ลงบนหัวใจของทั้งคู่—มันเป็นความจริงแน่หรือ สำหรับการที่ความฝันของคนคนหนึ่งจะกลายเป็นความจริงได้ง่ายขนาดนี้?

และเมื่อบทสนทนาขาดห้วง เด็กหนุ่มก็บอกกับเด็กสาว “เรามาทดสอบกันเถอะ แค่ครั้งเดียว ถ้าเราต่างเป็นคนรักที่สมบูรณ์แบบ 100% ของกันและกันจริง ไม่ว่า ณ เวลาใด สถานที่แห่งไหน เราจะได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ไม่มีทางผิดพลาด และเมื่อถึงตอนนั้น เมื่อเราทั้งคู่ต่างก็รู้ว่าเราเป็นคนที่สมบูรณ์แบบ 100% ของกันและกัน เราจะแต่งงานกันทันทีหลังจากที่ได้พบกัน คุณคิดยังไง”

“ใช่” เธอพูด “นี่เป็นสิ่งที่เราควรจะทำ”

ดังนั้น ทั้งคู่จึงแยกทางกัน เธอมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก ส่วนเขามุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก

อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบ พวกเขาไม่ควรทำแบบนั้น เพราะพวกเขาต่างก็เป็นคนรักสมบูรณ์แบบ 100% ของกันและกันอย่างแท้จริง และการที่ทั้งคู่ได้มาพบกันก็เป็นเรื่องมหัศจรรย์เกินกว่าใครจะคาดคิด แต่มันเป็นเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะรู้เรื่องนี้ พวกเขาอายุยังน้อย กระแสคลื่นเย็นยะเยียบแห่งโชคชะตาพัดกระหน่ำเข้าใส่พวกเขาอย่างไม่ปราณี

ในฤดูหนาวครั้งหนึ่ง ทั้งเด็กหนุ่มและเด็กสาวติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ซึ่งระบาดอย่างรุนแรง หลังจากล่องลอยอยู่ระหว่างความเป็นกับความตายนานนับสัปดาห์ ทั้งคู่ก็สูญเสียความทรงจำทั้งหมด เมื่อพวกเขาตื่นขึ้นมา ภายในศีรษะของพวกเขาว่างเปล่าราวกับหมูออมสินของหนูน้อย ดี.เอช. ลอเรนซ์

ทั้งคู่ฉลาดและอายุยังน้อย ด้วยความพยายามอย่างหนัก พวกเขาก็สามารถกลับคืนสู่การรับรู้และมีคุณสมบัติเพียงพอสำหรับการกลับเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสังคมอีกครั้ง ขอบคุณสวรรค์ พวกเขากลับสู่การเป็นประชาชนคนธรรมดาที่รู้ว่าจะเปลี่ยนสายรถไฟใต้ดินได้อย่างไร หรือมีความสามารถอย่างเต็มเปี่ยมในการส่งจดหมายพิเศษที่ที่ทำการไปรษณีย์ ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาได้สัมผัสกับประสบการณ์ความรักอีกครั้ง บางครั้งก็เป็นความรักในระดับ 75% หรือบางครั้งก็ 85%

เวลาล่วงผ่านรวดเร็วจนน่าตกใจ ไม่ช้าไม่นาน เด็กหนุ่มก็อายุ 32 ส่วนเด็กสาวก็อายุ 30

เช้าอันงดงามวันหนึ่งในเดือนเมษายน ระหว่างการมองหากาแฟซักแก้วเพื่อการเริ่มต้นของวัน เด็กหนุ่มเดินมาจากทิศตะวันตก มุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออก ขณะที่เด็กสาวซึ่งตั้งใจจะไปส่งจดหมายพิเศษ เดินมาจากทิศตะวันออก มุ่งหน้าสู่ทิศตะวันตก ทั้งคู่อยู่บนถนนเส้นเล็กๆ สายเดียวกันในย่านฮาราจูกุของโตเกียว พวกเขาเดินสวนทางกันตรงเกือบกึ่งกลางของถนน แสงสลัวรางของความทรงจำที่สูญหายส่องวาบขึ้นในหัวใจของคนทั้งคู่ หัวใจทั้งสองดวงเต้นไม่เป็นจังหวะ และพวกเขาต่างรู้ดีว่า

เธอคือเด็กสาวสมบูรณ์แบบ 100% สำหรับผม

เขาคือเด็กหนุ่มสมบูรณ์แบบ 100% สำหรับฉัน

แต่แสงสว่างเรืองของความทรงจำปรากฏอยู่ในที่อันแสนไกล และห้วงเวลา 14 ปีก่อนหน้านี้ก็ไม่มีทางปรากฏชัดในความคิดของพวกเขา ไร้ซึ่งคำพูด พวกเขาเดินสวนทางกัน ลับหายไปในฝูงชน—ตลอดกาล

เรื่องมันน่าเศร้า หรือคุณว่าไง?


ใช่แล้ว เรื่องนี้แหละที่ผมน่าจะเล่าให้เธอฟัง

3 Comments:

At 1/06/2006 9:24 AM, Anonymous Anonymous said...

นึกว่า "Shunji Iwai"

 
At 1/06/2006 11:14 AM, Blogger pickmegadance said...

ขยันจัง อุตส่าห์พิมพ์มาให้อ่าน

 
At 1/14/2006 12:54 AM, Anonymous Anonymous said...

ชอบหนังสือที่ Haruki เขียนนะ แปลกๆดี
เราเคยอ่านเล่มนึง มียอดมนุษย์กบกู้ภัยใต้พื้นพิภพด้วย
จากที่กิตพิมพ์มา ดูน่าอ่านดีเนาะ

การเดินสวนทางกัน ลับหายไปในฝูงชน-ตลอดกาล
สำหรับเรา...มันเศร้ามากทีเดียว

ไว้กลับไปเมื่อไหร่จะลองหามาอ่านดู ^^ ~*

 

Post a Comment

<< Home